http://www.shop2thai.com/shop/Suzstar

Romantic Erotic Love
 
  ยอดนักอ่าน
 
เปิดเมื่อ   24 พ.ย. 2554
นักอ่าน 3,446
นิยาย 13
หมวดหมู่นิยาย 5
 
 
  หมวดหมู่นิยาย
 
Boy Love (3)
Erotic (2)
Romance (3)
แจกฟรี อ่านฟรี (3)
ดาร์ก สะอื้น (2)
 
 
  เมนูหลัก
 
หน้าแรก
Venus909
คิดถึงก็ทักมา
จากใจ
การชำระเงิน
เว็บบอร์ด
คำถามที่พบ
หมวดหมู่นิยาย
แจ้งการส่งของ
 
 
  สมาชิกเข้าสู่ระบบ
 
ชื่อผู้ใช้
:
รหัสผ่าน
:
 
 
 
  ปฎิทินและเวลา
 
 
 
  แบบสำรวจความเห็น
 
โหวต ปลดล็อคนิยาย ประจำเดือนกันยายน ค่ะ
วาย / เกลียดดีนักจะทำให้รักมากมาย
รักโรมานซ์ / TGA รักละมุน
อิโรติก /อ่อยรัก นายซื่อบื้อ
วาย / Yes or No
โรมานซ์ แซ่บ / ร่าน ราวี
 
 
 
Venus909
 
  คืนราคี
 


ติดอกติดใจ ติดตามต่อได้ Ebook  69.-
เรื่องนี้อัพต่อจนจบค่ะ




ชื่อผลงาน                               คืนราคี

จำนวน                                    147 หน้า

ราคา                                        159 บาท

ประเภท                                   นิยายรักสำหรับผู้ใหญ่

บทประพันธ์                            ว.เกตุสุทธิ

ผู้จัดย่อหน้า / พิสูจน์อักษร   ว.เกตุสุทธิ

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม   https://www.facebook.com/Venus909_writer

                สงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2537 ผลงานชิ้นนี้เป็นลิขสิทธิ์ส่วนบุคคล ห้ามมีการคัดลอก ทำซ้ำ ลอกเลียนแบบ ดัดแปลงเนื้อหาบางส่วน หรือทั้งหมดไม่ว่ากรณีใดทั้งสิ้น โดยไม่ได้รับอนุญาต หากต้องการนำไปใช้เพื่อเป็นประโยชน์แก่สาธารณะกรุณาติดต่อ ว.เกตุสุทธิ (062-6633889)

 

 

 

 

แนะนำตัวละคร

( เครดิต : IG siwon1987)

             เปรม หนุ่มนักกีฬาร่างสูง เก่งทุกอย่าง มีตรรกะความคิดไม่เหมือนใคร กล้าได้กล้าเสีย รักเพื่อน และมีน้ำใจ อายุ 28 ปี มีธุรกิจส่วนตัว ไม่ทำมาหากินบ้านก็รวยอยู่แล้ว

 

 

 

( เครดิต : IG leedonghea)

                 เตวิณ ลูกคุณหนู รักสันโดษ นิสัยดี มีมารยาท ทายาทรีสอร์ทหรูชานเมือง ชีวิตเงียบสงบคือสิ่งที่เค้าใฝ่ฝัน อายุตอนนี้ 28 ปี แต่ยังทำตัวเหมือนเด็กไม่เปลี่ยน

 

 

             วิทยา อายุ 28 ปี หนุ่มเจ้าสำราญ หลังจากแต่งงานมีครอบครัวแล้ว กลับรักครอบครัวมาก ร่ำรวยแบบฉบับเศรษฐีใหม่ แต่ใครจะรู้ว่าลึกๆ เค้าเป็นคนคิดมาก

 


 

             มีน สาวออฟฟิตวัย 27 ปี น่ารัก อ่อนหวาน หลายอารมณ์ ทำงานเก่ง และเป็นแม่เลี้ยงเดียว

 

 

 

Intro


            ‘ อุแว๊

            “ ยินดีด้วยครับคุณได้ลูกสาว” เสียงรอบตัววิ่งวุ่น ตอนรับสมาชิกตัวน้อยสู่โลกกว้าง ร่างฉันกลับนิ่งชาไร้การเคลื่อนไหว หยดน้ำตาเอ่อไหลออกมาช้าๆ ซึมซับทุกความรู้สึกที่ไม่คิดว่า

            ...จะมาถึงเร็วขนาดนี้

            “ เป็นยังไงบ้างครับ เริ่มลุกเดินได้หรือยัง” เสียงสุภาพของคุณหมอถามไถ่อาการ ฉันพยักหน้าตอบ

            “ คุณแม่ยังเด็กฟื้นตัวเร็วอยู่แล้วครับ ยังไงหมั่นเดินแผลจะได้หายเร็วขึ้นนะครับ” ใช่! ฉันยังเด็กไม่น่าต้องมาเจออะไรแบบนี้


            ทุกอย่างเกิดขึ้นในคืนเลวร้าย ตอนนั้นเรายังเด็ก จึงขาดสติยั้งคิด กลุ่มเด็กผู้ชายพาฉันซึ่งเป็นเพียงเด็กผู้หญิงไปบ้านร้างแห่งหนึ่ง ร่างกายแข็งแกร่งกว่าถูกสร้างมาเพื่อเอาชนะฉัน แม้จะดิ้นรนขัดขืน แต่ผู้หญิงคนเดียวคงสู้แรงผู้ชายสามคนไม่ได้


            “ กูเล็งมานานแล้ว ขอดีๆ ไม่ยอมมึงต้องเจออย่างนี้” เสียงพูดเหยียดมาพร้อมมือกระชากเสื้อผ้าออกจากร่าง

            “ เบาๆ เฮ้ย! เดี๋ยวช้ำหมดก็อดสนุกพอดี” เด็กชายในชุดนักเรียนพูดขึ้น

            “ พวกมึง กูว่าเราทำเกินไปเปล่าวะ” เด็กผู้ชายชุดต่างจากพวกเรา ทำท่าไม่มั่นใจ พูดห้ามเพื่อนแต่ก็ไม่เป็นผล เพราะร่างเปล่าเปลือยยั่วตาของฉัน ทำให้มันอดใจไม่ไหว


            “ มึงไม่เอาก็เรื่องของมึง แต่กูเอา”

            “ ใช่! อีนี่หยิ่งนัก กูต้องสั่งสอนซะให้เข็ด”

            สองแขนถูกรวบขึ้นสูง สองขากางแยกรับร่างไอ้คนแรกเข้ามา มันกระแทกท่อนแข็งเข้าโพรงทันที ไม่สนใจฉันสักนิดว่าจะเจ็บปวดเพียงไหน

            คนแรกผ่านไปคนสองก็เข้ามาแทนที่ ส่วนคนที่สามยืนมองฉันด้วยสายตาเป็นห่วง แต่ถ้าเค้าออกแรงห้ามเพื่อนอีกนิดจะดีกว่ายืนอยู่เฉยๆ ไหม


            “ พอเหอะ! แค่นี้ก็สมใจพวกมึงแล้ว ปล่อยเธอไปเถอะ” เสียงห้ามปรามรอบนี้จริงจังกว่าเดิม

            “ อะไรกันคุณเตวิณ! มาด้วยกันก็ต้องเอาด้วยกันซิครับ” เสียงพูดกวนประสาทตามประสาเด็กเกเร เย้ยถามคนที่น่าจะนิสัยดีสุดในกลุ่ม


            “ ไม่! ผมไม่ชอบรังแกผู้หญิง ผมว่าคุณก็ควรจะหยุดได้แล้ว” สายตามุ่งมั่นใต้แว่นใส ทำฉันใจชื้นขึ้นนิดหนึ่ง เพราะอย่างน้อยน้ำเสียงจริงใจตอนนี้ คงกำลังคิดหาทางช่วยฉัน

            “ แต่คราวนี้คุณต้องเอา ลงเรือลำเดียวกันแล้ว ถ้าคุณเอาไปพูด ผมสองคนก็แย่ซิครับ” คำคัดค้านกลายเป็นการซ้ำเติม สองคนที่รุมฉันเปลี่ยนไปล้อมหน้าหลังเด็กผู้ชายคนนั้นแทน อาวุธมีดพกฉายแววความคมกริบอยู่ใกล้ ขยับขู่เข้าไปทีละนิด จนเด็กผู้ชายคนนั้นยอมทำตาม


            ร่างฉันถูกปล่อยเป็นอิสระ ตั้งรับการเอาเปรียบจากผู้ชายแสนดี มือเค้าที่สัมผัสฉันสั่นเกร็งเกินกว่าจะสุขสม วงแขนที่รั้งฉันเข้าไปกอด อุ่นร้อนนุ่มนวล


            “ ผมขอโทษ”

            “ ขอโทษหรอ นายก็เลวไม่ต่างจากพวกนั้น”

            ฝ่ามือเด็กหนุ่มลูบไล้เงอะงะ ไม่ประสากับเกมส์เสียว เค้าเพียงกอดฉันไว้แนบชิด พูดแสดงความไม่ตั้งใจ แท่งแข็งถูกปั่นพร้อมใช้งาน ทั้งที่เจ็บชาไปทั้งตัว ฉันยังรู้สึกได้ว่ามันร้อนขนาดไหน เราเผลอสบตากัน เค้าเอียงหน้าเข้ามาประกบปากบดคลึงดูดซับความเจ็บปวด แล้วดันพรวด เข้ามา


          ‘ อึก’

            “ เจ็บหรอ ผมขอโทษ” ผละปากมาพูดคุย สายตาจ้องปลอบ ก่อนจังหวะขยับตัวเนิบนาบจะเริ่มขึ้น

            ‘ บ้าจริง! โดนข่มขืนอยู่นะ ทำไมฉันไม่รู้สึกรังเกียจ’ ความหื่นกระหายแบบเด็กๆ ใช้เวลาเพียงไม่นาน เราสองกอดกันแน่นช่วยปลดปล่อยกันและกัน


            “ แมร่ง! ไอ้คุณหนูเพื่อนมึงปล่อยในเลยวะ สงสัยจะเสียวจัด”

            “ ไอ้วิท มึงก็ไปล้อเตวิณมัน”

            “ เชี้ยเปรม! สอนเพื่อนมึงมั่งก็ได้นะเว้ย ทีละจะได้ป้องกันไว้บ้าง”

            เสียงสองคนนั้นคุยกัน ปลุกฉันจากความรู้สึกดี นี่มันเรื่องเลวร้าย ฉันต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ ที่เผลอรู้สึกแบบนั้น เมื่อทุกคนสมใจพวกมันก็ยอมปล่อยฉันกลับ


            “ เราขอโทษนะ อะนี่! ใส่คุมไว้” เสื้อวอร์มแขนยาว พาดคลุมไหล่ คนที่เอาแต่ขอโทษมองฉันด้วยสายตารู้สึกผิด ต่างจากอีกสองคน พอได้สมใจอยากแล้ว ก็มองฉันราวเป็นขยะ

             “ อย่าบอกใครนะมีน ไว้เรามาสนุกกันอีก” เสียงไอ้พี่เปรมพูดขึ้น มันเป็นรุ่นพี่ที่โรงเรียนแถมพ่วงดีกรีนักเรียนดีเด่นด้วย ไม่น่าเชื่อว่ามันจะเป็นคนอย่างนี้

            “ เมื่อไรชวนกูด้วยนะเว้ย”

            “ เรื่องเหี้ยๆ กูชวนมึงอยู่แล้วแหละ แล้วนี่กลับบ้านพร้อมกูเลยไหม”

            “ อยู่แล้ว บ้านติดกันกูไม่กลับกะมึง แล้วกูจะกลับกะใคร”

            สองคนนั้นแยกตัวกลับ จอดรถทิ้งฉันกับอีกคนไว้ป้ายรถเมล์ ทั้งที่เค้าควรหนีไปเหมือนที่เพื่อนเค้าทำ แต่กลับนั่งนิ่ง อยู่เป็นเพื่อนฉัน


            “ กลับไปได้แล้ว อยากอยู่คนเดียว”

            “ แล้วเธอไม่กลับหรอ”

            “ เรื่องของกู”

            “ ได้ไง ผู้หญิงนั่งอยู่คนเดียวมันอันตราย”

            “ อย่าลืมนะ กระหรี่อย่างกู เพิ่งให้หมาสามตัวเอาฟรีๆ จะเพิ่มอีกสักตัวสองตัวจะเป็นไรไป”

            สุดจนทนแล้ว ฉันไปทำอะไรให้ ทำไมต้องทำร้ายกันขนาดนี้ด้วย เพราะสนุกหรือเพราะความอยากเพียงชั่วครู่ ทำไมถึงใจร้ายยัดเยียดตราบาปให้ชีวิตฉันขนาดนี้


            “ ผมขอโทษ”

            “ หยุดพูดว่าขอโทษสักที! นายมันก็แค่ผู้ชายอ่อนแอเห็นแก่ได้”

             “ เธอก็เห็นว่าไอ้เปรมมันเอามีดจ่ออยู่”

            “ แล้วไง กลัวตายก็เลยต้องฆ่ากูทั้งเป็นงั้นซิ”

            “ ผมนึกว่าเรามีความสุขด้วยกันซะอีก”

            ความโกรธทำให้ฉันเหวี่ยงอารมณ์ใส่ ด่าหยาบคายสารพัด นั่งสั่นด้วยความโมโห พลั้งมือทุบตีเค้าก็หลายที แต่เค้ายังนิ่งเงียบยอมฉันทุกอย่าง จนถึงประโยคสุดท้าย น้ำเสียงเจื่อนลง ก้มหน้าหลบสายตา มือรื้อของในกระเป๋านักเรียน


            “ อะ! ชื่อที่อยู่ผม ถ้ายังโกรธจะทำอะไรผมก็ได้” เค้าส่งบัตรประชาชนให้ฉัน แล้วเดินไปเรียกแท็กซี่ จูงฉันเข้าไปนั่งในรถ แล้วเราก็กลับบ้านด้วยกันเงียบๆ

            

             

 

ตอน 1

มีน / เนินนาน 10 ปี


            “ มีน โปรเจคนี้ลูกค้าเค้ารีเควสมาว่าต้องเป็นเธอทำ”

            “ นะ.. ถือว่าช่วยบริษัท”

            “ โห่พี่! มีนไม่ไหวอะค่ะ ลูกค้าแบบนี้เอะอะๆ ชวนคุยงานในโรงแรมตลอด ให้คนอื่นทำได้ไหมคะ”

            “ ไม่ได้! ก็เค้าระบุชัดเจนว่าต้องเป็นเธอ”

            เมื่อไรความเลวร้ายจะผ่านไปสักที ตั้งแต่วันนั้นฉันก็ท้อง เป็นคุณแม่วัย 17 ปี ทิ้งเพื่อนทิ้งสังคมสมวัย มาเรียนการศึกษานอกโรงเรียน เรียนไปด้วยทำงานไปด้วยจนจบปริญญา     รับผิดชอบชีวิตตัวเองว่ายากแล้ว ต้องมารับผิดชอบชีวิตเด็กน้อยยากยิ่งกว่า


            “ มีนไปก็ได้ค่ะ แต่ขอรับลูกไปด้วย”

            “ อ้าว! พี่เลี้ยงไปไหนซะล่ะ”

            “ ลากลับบ้านต่างจังหวัด น่าจะกลับวันเสาร์น่ะพี่ ลูกค้าคงไม่ว่าอะไรมั้ง แค่ไปดูพื้นที่เฉยๆ”

            “ โอเค งั้นพี่ตอบตกลงไปเลยนะ”

            ชีวิตคนมีลูกเปรียบเหมือน ให้ครึ่งชีวิตกับเด็กคนหนึ่งไปแล้ว ต้องรักและดูแลเค้าให้ดีที่สุด แทบจำไม่ได้ว่าความสุขของฉันคืออะไร ขอแค่เด็กน้อยกินอิ่มนอนหลับก็พอ


            เป็นตามคาดลูกค้านัดที่รีสอร์ทหรูชานเมือง บรรยากาศร่มรื่นเย็นสบาย ยิ่งช่วงพลบค่ำแสงประกายที่ขอบฟ้า งดงามเหมือนภาพความฝัน

            “ มิกะ วาดภาพรอแม่ตรงนี้นะลูก เดี๋ยวแม่ขอทำงานก่อนเสร็จแล้วจะเดินมารับนะ” เด็กหญิงตัวน้อยวัยประถม นั่งวาดภาพระบายสีขั้นเวลา


            ขึ้นชื่อว่าลูกค้า ทุกอย่างต้องดีที่สุด กว่าจะเคาะงานได้แต่ละครั้ง ใช้เวลาคุยกันเป็นสิบๆ รอบ แถมบางงานไม่จบไปเปลี่ยนหน้างานก็มี ดูท่าฉันจะคิดผิดแฮะที่ยอมรับทำงานนี้

            “ ผมชอบงานคุณมีนนะ พูดตรงๆ ก็คือผมชอบคุณมีนด้วย ถ้าเป็นไปได้เราลองคุยกันดูไหมครับ เผื่อรสนิยมเดียวกัน ผมได้เรียกใช้งานบริษัทคุณบ่อยๆ”


            คุณลูกค้าผู้มีอุปการคุณ พูดพร้อมลูบหลังมือฉันแผ่วเบา สายตาจ้องกลืนกินทั่วร่าง แถมยิ้มเชิญชวนด้วย

            “ แหม่! ใจดีกับมีนจังค่ะ แต่รสนิยมมีนคุณอาจไม่ชอบก็ได้” ฉันไม่รีบปฏิเสธ แบ่งรับแบ่งสู้เล่นตามน้ำไปเรื่อย

            หน้าที่ของฉันคือหาเงินเข้าบริษัท ไม่ว่าจะใช้เล่ห์เหลี่ยมมารยายังไง สุดท้ายปลายปากกาลูกค้าต้องยอมเซ็นต์ลงในสัญญาว่าจ้าง


            “ มิกะ กลับบ้านกัน”

            “ หนูชื่อมิกะ คาร์เตอร์ แล้วคุณลุงชื่ออะไรคะ” เสียงใสของมิกะดังมาแต่ไกล เห็นคุยอยู่กับใครสักคนเค้าหันหลังให้ ฉันจึงพยายามเร่งเดินไปหาลูก

            “ แม่มาแล้ว กลับบ้านได้ยังค่ะ หนูหิว”

            “ งั้นอยู่ทานด้วยกันไหม ที่นี่มีขนมอร่อยๆ หลายอย่างเลยนะ” เสียงสุภาพของอีกฝ่ายพูดขึ้น พร้อมหยิบเมนูอาหารที่วางอยู่ข้างโต๊ะมาเปิดดู


            “ ไม่ดีกว่าค่ะ เราสองแม่ลูกจะกลับแล้ว” ฉันรีบชิงตอบ ดูจากสายตามิกะ คงหิวเต็มที่แล้ว มองเมนูแต่ละหน้าตาลุกวาว น้ำลายไหล

            “ คุณแม่คะ มีเค้กที่มิกะอยากกินด้วยนะคะ เรากินเลยไม่ได้หรอ หนูหิวแล้ว” เสียงเง้างอนเอาแต่ใจแบบเด็กๆ ทำฉันยิ้มได้ทุกครั้ง


            “ คุณเสียงชายหนุ่มข้างตัวพูดทักขึ้น ดึงความสนใจให้ฉันหยุดมอง เพ็งดูดีๆ ภาพในวันเก่าก็หวนกลับมาอีกครั้ง

            “ นายความชาวาบไล่จากปลายเท้าขึ้นมาที่สมอง ปากสั่นปล่อยเสียงแผ่วตอบกลับ เราสองคนหน้าเสียไม่ต่างกัน จากวันนั้น ฉันไม่เคยคิดติดต่อกลับ เพียงแต่ตอนแจ้งเกิด ฉันให้เด็กคนนี้ใช้นามสกุลเค้าเท่านั้น


            “ กลับกันเถอะลูก อยากกินเดี๋ยวแม่แวะซื้อให้” รีบร้อนเก็บของ รั้งมือมิกะกลับ

            “ เดี๋ยว! ทำไมไม่บอกผม”

            “ แล้วทำไมต้องบอก”

            “ ก็เค้าเป็น…”

            เราหยุดเถียงกันพักหนึ่ง สายตาหวั่นไหวจ้องกันไปมา ฉันไม่รู้สึกโกรธแค้นเค้า ตรงกันข้ามกลับจำทุกอย่างได้ดีเกินไปด้วย


            “ เตวิณ! เสียงดังอะไรกัน ดูซิลูกค้าโต๊ะอื่นมองใหญ่แล้ว” เสียงหญิงสูงวัยพูดขัดขึ้น เราเงียบลงทันที ฉันจึงถือโอกาสพามิกะกลับ


            “ แม่ค่ะ กินก่อนไม่ได้จริงๆ หรอค่ะ ดูซิ! น่ากินทุกอย่างเลย” มิกะย้ำถาม แววตาอ้อนร้องขอ

            “ น่าทานก็ทานซิจ๊ะ มา...เดี๋ยวฉันสั่งให้หนูนะ”

            หญิงสูงวัยที่น่าจะเป็นแม่ของเค้า จัดการเปิดเมนูสั่งของคาวหวานหลายอย่างให้มิกะ ปล่อยเราสองคนมองหน้ากันนิ่ง ไม่รู้ควรทำไงต่อ


            “ หนูชื่ออะไรจ๊ะ”

            “ มิกะ คาร์เตอร์ค่ะ”

            “ อร่อยไหมจ๊ะ”

            “ อร่อยค่ะ”

            “ อร่อยก็ทานเยอะๆ นะ”

            สายตาผู้หญิงสูงวัยจ้องเราสลับกันไปมาแทนการถาม เธอคงอยากรู้ ก็มิกะหน้าเหมือนพ่อเค้าไม่มีผิด ส่วนผู้ชายคนนั้นวันนี้ดูเปลี่ยนไปมาก สูงใหญ่กำยำ ผิดกับหนุ่มแว่นในวันเก่า


            “ เด็กก็เหมือนผ้าขาวนะ เค้าไม่รู้เรื่องราวในอดีตของผู้ใหญ่หรอก ซึ่งเราเองก็ไม่ควรสาดอดีตใดใส่เค้าด้วย” น้ำเสียงนิ่งเรียบแบบผู้ดี เน้นคำพูดเปื้อนรอยยิ้มทำให้บรรยากาศระหว่างเราสองไม่อึดอัดนัก


            “ ฉันไม่ใช่ผู้ใหญ่ใจร้ายนะ เธอพูดตรงๆ กับฉันได้”

            “ ขอบคุณค่ะ หนูกับลูกขอตัวกลับก่อนนะคะ”

            “ จ๊ะ มิกะแล้วมาหาย่าอีกนะลูก”

            “ ค่ะ คุณย่า”

            เด็กไม่ประสาอย่างมิกะหัวเราะชอบใจ ผิดกับฉันนั่งเงียบคล้ายยอมรับว่าสิ่งที่เธอคิดคือเรื่องจริง

            สรรพนับญาติทำให้หมอนั่นคลี่ยิ้ม เหอะคิดว่าฉันอยากร่วมวงวารด้วยหรือไง แค่ตอนนั้นมันมีบัตรนายคนเดียวหรอกน่า


            “ เดี๋ยวผมไปส่ง”

            “ ไม่ต้อง

            “ เรามีเรื่องต้องคุยกัน”


            หนุ่มแว่นหน้าตาแหยๆ ในวันนั้น กลายเป็นหนุ่มหล่อกำยำมั่นใจในตัวเองวันนี้

            ข้อมือฉันถูกจับลากโดยไม่เกรงกลัวสายตาใคร ทั้งแม่เค้า ทั้งมิกะ มองงงๆ ว่าเราสองไปทะเลาะกันตอนไหน

            “ ขึ้นมาหรือผมต้องอุ้มคุณด้วย” แขนแกร่งอุ้มมิกะไว้มือหนึ่ง ส่วนอีกมือเปิดประตูรถให้ฉัน พอเห็นยังลังเลไม่ยอมขึ้น ก็หันมาถาม


            “ บ้าหรอ! ฉันไม่ใช่เด็ก” แว๊ดเสียงกลับ สะบัดตัวขึ้นรถทันที

            “ รถฉันก็มี จะต้องไปส่งทำไม”

            “ จอดไว้นี่แหละ เดี๋ยวเช้าผมให้คนขับไปส่งที่บ้าน”

            “ นี่นายคิดจะทำอะไร”

            “ ทำในสิ่งที่ผมควรทำ ตั้งแต่วันนั้น”

            แววตาห่วงใยเหมือนวันเก่าจ้องไม่ละสายตา ทุกครั้งที่คิดถึงเรื่องนั้น ฉันมักจะมองไปที่มิกะ รอยยิ้มไร้เดียงสากับคำถามว่า “ พ่อหนูอยู่ไหน” ทำให้ฉันลุกขึ้นสู้


            “ คุณลุงกับแม่งอนกันหรอค่ะ เห็นแอบมองกันไปแอบ มองกันมา” ความสงสัยของเด็กเก้าขวบทำเราอึ้ง

            “ ใช่ครับ ก็แม่ของหนูนะซิขี้งอนและก็ดื้อด้วย มิกะดื้อแบบนั้นไหมค่ะ”

            “ ไม่ค่ะ! มิกะเป็นเด็กดีไม่ดื้อไม่ซน คุณแม่สอนว่าเด็กดื้อไม่มีใครรักค่ะ”

            แหม่ ! เข้ากันดีเหลือเกินนะ คุยไปหัวเราะไปเหมือนตรงนี้ไม่มีฉันอยู่ จากตรงนี้กลับคอนโดใจกลางเมืองก็อีกไกล รถติดหนักระดับสิบ นี่ฉันต้องทนตีหน้าใสซื่ออีกนานแค่ไหนเนี่ย


            “ มิกะหลับแล้ว คุณจะพักก่อนก็ได้นะ บอกทางมาก็พอ”

            “ ไม่! ฉันไม่ไว้ใจนาย”

            “ คุณไว้ใจผมได้นะ ผมยอมคุณทุกอย่าง”

            ยังอีก! ยังพูดประโยคเดิมซ้ำซากอีก คิดว่าฉันจะเชื่อหรือไง เรื่องที่เกิดขึ้นแสดงชัดแล้วว่าเค้าอ่อนแอแค่ไหน ที่ปากดีบอกว่ายอมทุกอย่างคงกะปลอบเพื่อไม่ให้ฉันเอาเรื่องมากกว่า


            ผู้หญิงทุกคนมีศักดิ์ศรี คงไม่มีใครอยากป่าวประกาศหรอก ว่าตัวเองโดนข่มขืน กว่าฉันจะผ่านคืนวันเลวร้ายมาได้มันทรมานมาก... มากเกินกว่าจะเก็บไว้รกสมอง

            “ ผมพูดจริงนะ คุณไม่เชื่อหรอ”

            “ ถ้านายเป็นฉัน นายจะเชื่อใจใครอื่นได้หรอ”

            “ ผมขอโทษ”

            “ หยุดขอโทษแบบขอไปทีเหอะ นายไม่ถูกทรมานแบบฉัน นายไม่เข้าใจหรอก”

            “ งั้นคุณก็ทรมานผมซิ” แววตาจริงจังวอนขอการทรมานงั้นหรอ แล้วผู้หญิงตัวเล็กๆ อย่างฉันจะทำอะไรเค้าได้

            “ ได้! เดี๋ยวนายจะได้รู้ ว่าตอนนั้นฉันรู้สึกยังไง” ปากดีพูดขู่ไปอย่างนั้นเอง ไม่รู้เหมือนกันว่าจะรังแกคนตัวใหญ่กว่าด้วยวิธีไหน

 


@ คอนโด

            “ ดึกแล้วเข้านอนเลยนะลูก พรุ่งนี้ได้ตื่นไปโรงเรียนแต่เช้า” ส่งมิกะเข้านอนเหมือนทุกวัน

            “ แล้วลุงคนนั้นเข้าไม่กลับบ้านหรอค่ะ เค้ามานอนเป็นเพื่อนแม่หรอ” ทั้งที่ง่วงจะแย่แต่ก็แกยังเอ่ยถามตามที่ใจสงสัย


            “ เรามีเรื่องต้องคุยกันน่ะลูก หลับซะนะ” ใช่! ฉันใจง่าย ยอมให้ชายแปลกหน้ามาค้างที่ห้อง

            ฉันไม่รู้หรอกว่าจะทรมานเค้าให้สาสมยังไง รู้เพียงว่าทุกอย่างคือเกมส์ที่ฉันเป็นผู้เล่น และผู้ชายคนนั้นคือเหยื่อ


            “ มานั่งนี่! กูสั่งให้มึงมานี่ไงตวาดเสียงดังสั่งให้เค้าเดินมานั่งที่เก้าอีกไม้กลางห้อง

            “ ใครใช้ให้มึงเดิน คลานมา! คลานเหมือนหมาน่ะทำได้ไหม” เสียงออกคำสั่งเปล่งพร้อมสายตาเหยียดเย้ย กดดันให้อีกฝ่ายก้มลงคลาน


            “ ดีมาก เป็นหมาก็ต้องว่านอนสอนง่าย เข้าใจไหม” เมื่อเค้าคลานมาสยบแทบเท้า ฉันก็ก้มลงไปลูบหัวปลอบให้รางวัล อีกฝ่ายเพียงพยักหน้าตอบ

            “ ถามว่าเข้าใจไหม เหวี่ยงเสียงถาม มือจิกหัวเค้าเชิดหน้าสูง จ้องท้าทาย

            “ เข้าใจ” คำตอบสั้นๆ ที่ฉันควรพอใจกลับยั่วอารมณ์ให้ยิ่งสนุก ฝ่ามือบางฟาดใส่หน้าหล่อสุดแรง


            “ หมาบ้านมึง พูดได้ด้วยหรอ แค่ส่ายตูดกระดิกหางก็พอ แค่นี้กูก็รู้เรื่องแล้ว ทำซิฉันเริ่มสร้างข้อแม้ กดดันให้อีกฝ่ายทำตามใจ สีหน้าอึดอัดเกินกว่าจะสนุกด้วย ยิ่งกระตุ้นให้ฉันสนุก

            บั้นท้ายสอบของชายหนุ่มส่ายซ้ายทีขวาทีแสดงการรับรู้ หน้าก้มต่ำไม่สบตา เอื้อมมือไปเชิดปลายคางเพื่อมองหน้าเค้าใกล้ๆ ความหล่อเหลาสมวัยเกือบทำให้เผลอ สูดลมหายใจลึกตั้งสติก่อนฟาดมือใส่หน้าเค้าอีกครั้ง


            “ กูเปลี่ยนใจแล้ว คลานกลับไปที่เตียง เร็วๆ ซิสั่งให้ชายหนุ่มคลานวนไปวนมาหลายรอบ จนมาจบลงที่เตียง ความสะใจแปลกๆ สั่งให้ฉันถอดเสื้อผ้าเค้าออกจนหมด จ้องมองร่างเปลือยเปล่าเหมือนวันนั้นที่เค้าจ้องมองฉัน


            ฝ่ามือลูบไล้นวดคลึงทีละส่วน จากซอกคอขาว ไล่ลงไหล่แกร่งอกผาย ลากผ่านเม็ดแข็งยอดอก เงยหน้ายิ้มเย้ยพอใจก่อนก้มลงเลียเม็ดปลายยอดเน้นๆ


            ร่างกำยำถูกฉันกดลงเตียง ใช้เสื้อเชิ้ตแขนยาวรวบมัดมือแทนเชือก ลิ้นสากโลมเลียจนถึงเนินท้องน้อย บางอย่างข้างใต้แข็งตัวยั่วสายตา


            “ มึงรู้ไหม ว่าวันนั้นน่ะโคตรไม่ได้เรื่องเลย เป็นผู้ชายทำได้แค่นั้นหรอวะ กระจอก… มิน่าล่ะ! ลีลาไม่ดีมีปัญญาแค่ข่มขืน”


            “ คุณก็รู้ว่าผมไม่ได้…”

            “ เสือก! ใครให้มึงพูด สันดานสัตว์อย่างมึงก็ทำได้แค่แก้ตัวแหล่ะ คิดว่ากูจะเชื่อหรอ” เสียงตวาดแผดสูงห้ามไม่ให้เค้าพูดต่อ เกมส์นี้ฉันเป็นคนคุ้ม ฉันมีสิทธิทุกอย่าง


            จิกเล็บลงกล้ามท้อง บิดเต็มแรงหวังทำร้ายอีกฝ่าย แววตาที่เค้าจ้องฉันเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ไม่เพียงแค่ร่างกายแต่คงเป็นหัวใจด้วย


            “ ทำอีกซิ! ทุบตีผมแล้วคุณสบายใจก็ทำเลย”

            “ ปากดีนักนะ” ลูบจากหน้าท้องลงขย้ำแท่งเอ็นลำใหญ่ สีผิวชมพูระเรื้อเหมือนไม่ค่อยได้ใช้งาน โชว์ตัวโอนเอนตามจังหวะชักคลึง กระแทกมือขึ้นลงเน้นๆ เค้ายังนิ่งหน้ากลั้นอารมณ์เจ็บจุกไว้


            “ ทนดีนิ อยากรู้ว่าจะทนได้สักแค่ไหน” เล็บยาวย้ายไปจิกคออีกฝ่าย ออกแรงบีบค้างจนเค้าเริ่มอึดอัด ฉันเคยอยากเห็นมันทั้งสามคนตายไปต่อหน้า แต่พอได้เห็นจริงๆ กลับทำไม่ลง

            ‘ เฮ้อ! เฮ้อ ปล่อยให้เค้ากอบโกยอากาศเข้าปอด ร่างกำยำนอนแผ่หลาบนเตียง สองแขนถูกมัดรวบเหนือหัว

            ฉันขยับตัวขึ้นคร่อมส่วนหัวเค้า แนบกลีบกลางกับริมฝีปาก ขยับตัวบดเน้นๆ กดย้ำให้เค้าได้ชิมรสคาวจนสำลัก


            ลิ้นร้อนรู้งานเสิร์ฟความสากให้ไม่หยุด ติ่งเสียวถูกดูดเม้มซ้ำๆ เสียงฟัดผิวเนื้อดังโชว์ความกักขฬะที่เกิดขึ้น

            “ ของต่ำๆ อย่างกู ถูกใจมึงมากซินะ ดี! กินเข้าไปเยอะๆ” จากเพียงบดบี้เนินสาว ตอนนี้ฉันถูไถลากน้ำคาวจนเปื้อนเต็มหน้าเค้าไปหมด ปลายลิ้นร้อนพยายามเซาะเข้าซอกหลืบเพื่อชะล้าง แต่มันกลับยิ่งทำให้เสียว


            พลิกตัวลงท่า 69 มุดลงไปเล่นเอ็นแข็งบ้าง ‘ อืมม...’ ร่างกายเราสองสัมพันธ์กันเป็นอย่างดี ฉันรู้สึกว่ามันดีเกินกว่าจะเรียกว่าทรมาน อารมณ์อยากใคร่ในอกบวกกับความเสียวซ่านที่ไม่เคยทำบ่อยๆ ร่ำร้องให้ฉันต้องการ


            ชันตัวขึ้นคร่อมแท่งแข็ง ชายหนุ่มจ้องตาค้าง เค้าคงไม่คิดว่าฉันจะกล้า แต่เพราะความอยากใคร่เอาชนะทุกอย่างได้ ‘ เฮือก กดแท่งเข้าโพรงมิดด้าม ขยับตัวเนิบนาบคลึงผิวเนื้อจนร้อนระอุ


            “ แก้มัดผมเถอะ ผมขอร้อง” แววตาเค้าก็รู้สึกไม่ต่างกัน เพียงแต่ร่างกายถูกพันธนาการอยู่จึงทำอะไรไม่ได้

            “ แก้มัดหรอ แล้วที่ตอนกูขอ ทำไมพวกมึงไม่ฟัง” เปลี่ยนแรงโมโหเป็นแรงโยกตัว กระแทกขึ้นลงเน้นๆ ถี่ๆ อีกฝ่ายช่วยเด้งตัวเข้าเติมเต็ม ควบกันสักพักร่างเราสองก็เกร็งปลดปล่อย


            ฉันนอนทับตัวเค้านิ่ง หอบระรวยพ้นลมหายใจ รู้สึกความสากชื้นยังทำงานกวาดล้างสะกิดติ่งเนื้อ เสียงซดน้ำคาวดังก้องเหมือนมันอร่อยซะเหลือเกิน


            “ พอแล้ว กูไม่ไหวแล้ว”

            “ ให้ผม ล้างให้คุณนะ”

            “ ทำเองได้น่า มานี่

            จังหวะก้มไปแกะเสื้อมัดแขนให้ เราเผลอสบตากัน แม้พยายามผละออกแต่ก็ยังช้อนสายตากลับมาเจอกันใหม่ ความเห่อร้อนแล่นลิ่วทั่วร่าง เราสองอมยิ้มกลั้นขำ รู้สึกอายกับรสรักที่เพิ่งเกิดขึ้น


            “ ผม เป็นทาสของคุณซินะ”

            “ นายขอเองนะ หรือไม่อยากเป็น”

            “ เปล่า! แค่ไม่คิดว่าคุณจะหื่นขนาดนี้”

            “ นี่คุณ

            แสร้งเสียงดังกลบเกลื่อนความเขิน ทั้งที่มันไม่น่าจบด้วยรอยยิ้ม แต่ลึกๆ ฉันกลับยิ้มอย่างมีความสุข วงแขนอุ่นคว้าฉันไปกอด ก่อนปิดบทสนทนาด้วยริมฝีปากแสนหวาน


            ‘ อืมม...’ แสนคาวมากกว่า เพิ่งรู้ว่าน้ำตัวเองรสชาติอย่างนี้ บ้าจริง ! ในสมองฉันคิดเรื่องอะไรอยู่

 

 

 

 

 

ตอนที่ 2

เตวิณ / ผู้สมรู้ร่วมคิด


            ความเลวร้ายสูงสุดในชีวิตของผู้ชาย คือการใช้กำลังข่มขืนผู้หญิง ผมไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะตกอยู่ในสภาพนั้น

            ผู้หญิงคนที่ไอ้เปรมชอบเป็นรุ่นน้องที่โรงเรียนมัน เห็นแอบมองมาตั้งนาน ชอบชวนผมไปด้วยบ่อยๆ ไม่รู้ทำไมวันนั้นมันถึงกล้ารังแกเธอ


            ภาพร้องไห้ฟูมฟายหลอกหลอนผมเสมอ หวังว่าวันหนึ่งเธอจะติดต่อกลับมา...แต่ก็ไม่เลย

            “ เด็กหญิง มิกะ คาร์เตอร์” สมุดนักเรียนเล่นหนึ่งตกลงมาจากโต๊ะ หน้าปกเขียนชื่อเจ้าของไว้ชัดเจน ผมอึ้งไปพักหนึ่ง เพราะนั่นมันนามสกุลผม


            ความสงสัยอยู่ได้ไม่นาน ผู้หญิงคนนั้นก็เดินมาเฉลย เธอ...คนที่ผมรอมาแสนนาน

            เธอยังสวยเหมือนเดิม แววตาหวาดกลัวนั่นก็ด้วย ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยน ท่าทีอึกอักรีบร้อน นี่เธอจะหนีอีกแล้วใช่ไหม แล้วเด็กที่เธอเรียกว่าลูก จะใช่ลูกของผมหรือเปล่า ความสงสัยอัดแน่นในหัวใจ การรอคอยแสนยาวนาน ทำให้ครั้งนี้ผมจะไม่ยอมปล่อยเธอแน่


            “ เชื่อผมได้นะ ผมยอมคุณทุกอย่าง” สิ่งที่ผู้หญิงตัวเล็กๆ คนหนึ่งทำ มันเต็มไปด้วยความกักขฬะ หยาบกระด้าง สายตาจิกจ้อง ด่าคำหยาบคาย ไม่คิดเลยว่าผมจะยอมใครมากขนาดนี้ เพียงเพื่อแสดงออกว่า ’ ขอโทษ’ ผมจำต้องยอมทุกอย่าง


            สภาพผมเช้านี้จึงไม่ปกตินัก แม้แสร้งว่าไม่เป็นไร แต่ลึกๆ กลับหวาดกลัว

            “ นายบอกว่าจะยอมทุกอย่างใช่ไหม”

            “ ใช่ ที่ผมยอมยังไม่สาแก่ใจคุณหรือไง”



โปรดติดตามต่อค่ะ


อัพเดท 17/08/2560

            “ นายบอกว่าจะยอมทุกอย่างใช่ไหม”

            “ ใช่ ที่ผมยอมยังไม่สาแก่ใจคุณหรือไง”


            เมื่อส่งมิกะไปโรงเรียนเสร็จ ผมก็ไปส่งเธอที่ทำงานต่อ ระหว่างทางเธอพูดขึ้นมาแบบนั้น ภาพผมคลานเหมือนหมา ถูกมัดแน่นส่ายก้นไปมา ถูกตบถูกตีสารพัดฉายซ้ำในหัว ผมตัวเกร็งสั่น แต่ยังถามกลับเสียงเรียบ


            “ ยัง! ฉันอยากเจอเพื่อนนาย พามาเจอหน่อยซิ”


            “ ใคร”


            “ ไอ้พี่เปรม”


            ผมอึ้งไปชั่วอึดใจ อย่าบอกนะว่าเธอจะทำร้ายมันเหมือนที่ทำร้ายผม ไม่ได้! แค่ผมคนเดียวก็พอแล้ว ทาสอย่างผมมีคนเดียวเกินพอแล้ว


            “ ไม่ต้องห่วง จะดูแลไม่ให้ขาดตกบกพร่อง” เธอแสยะยิ้ม ทำหน้าเจ้าเล่ห์ ผมล่ะเดาอารมณ์ไม่ถูกจริงๆ ว่าเธอต้องการอะไร

           


            ตั้งแต่วันนั้น ชีวิตเราสามคนดำเนินไปตามปกติ ค่อนข้างไปทางดีซะด้วยซ้ำ เพราะแต่ละคนเรียนเก่ง ครอบครัวฐานะดี ผมย้ายไปเรียนต่อ ม.ปลาย จนจบปริญญาที่เมืองนอก ส่วนไอ้เปรมกับวิทเรียนอยู่ที่นี่ ทำตัวเพลย์บอยเจ้าสำราญไม่ต่างจากเดิม ถ้าเธอคิดจะแก้แค้นจริงก็น่าจะทำไปนานแล้ว ไม่เห็นต้องให้ผมพาสองคนนั่นมาเลย


            “ ทำไมเป็นห่วงเพื่อน สงสารเพื่อนหรือไง ทำไมตอนทำชั่วไม่สงสารคนอื่นบ้าง” เธอกระชากเสียงถาม แต่ยังยิ้มเย้ยราวอยากแกล้งผม


            “ เปล่า! แค่ผมคนเดียวไม่ได้หรือไง เอาความโกรธของคุณมาลงที่ผม...ได้ไหม”


            “ รักเพื่อน? รักยังไง เพื่อนรักหรือรักเพื่อนกันแน่”


            รักเพื่อน เพื่อนรัก อะไรของเค้าวะ เสียงกลั้วขำสบายอารมณ์นั่นอีก อย่าบอกนะว่าเธอคิดแบบนั้น ฟ้าฝ่าตาย! ผมกับไอ้เปรมไม่มีทางเป็นแบบนั้นแน่นอน      


            “ พูดอะไร ผมไม่เข้าใจ”


            “ ไม่ต้องอายหรอก คนเอาไม่เลือกอย่างพวกนาย จะได้กันเองก็ไม่แปลก”


            ผมเงียบไม่ตอบโต้ พอเธอย้ำถามมากเข้าผมก็หมดทางเลี่ยง การทรยศเพื่อนไม่ใช่เรื่องที่ดี แต่สิ่งที่พวกเราเคยทำมันก็ไม่ถูกต้องเช่นกัน ผมตัดสินใจอยู่นาน สุดท้ายผมก็เลือกอยู่ข้างเธอ


            “ เปรมคนเดียวหรอ”


            “ คนเดียวก็พอ เพราะฉันอยากเคลียกันสองต่อสอง เค้าเคยทำอะไรไว้ ก็ต้องได้รับผลแบบเดียวกันไม่ใช่หรอ”


            ไม่ชอบตอนนี้เลย ผมเคยแอบมองเธอบ่อยๆ เห็นเพื่อนชอบก็ไม่กล้ายุ่ง แววตาสดใสร่าเริงปนหวาดกลัวเล็กๆ เสียงหัวเราะสนุกสนานทำให้ผมไม่อาจละสายตาจากเธอได้ แล้วดูตอนนี้ซิ! เธอเปลี่ยนไปมาก


            ...มากจนเริ่มไม่แน่ใจ


            “ มิกะ ใช่ลูกของผมหรือเปล่า” ตัดสินใจถามตรงๆ


            “ ใช่ ไม่ใช่แล้วนายเกี่ยวอะไรด้วย เค้าเป็นลูกของฉัน ลืมไปหรือไง เมื่อก่อนแม่มันเป็นกระหรี่สนองตัณหาคนรกโลกอย่างพวกนาย มันจะเป็นลูกนายคนเดียวได้ยังไง”


            คำประชดประชันทำผมโกรธ เธอลอยหน้าลอยตาพูดเหมือนไม่คิดอะไร ต่างจากผมที่จ้องค้าง สะกดกลั้นอารมณ์ไม่พอใจไว้


            “ ฉันพูดอะไรผิดหรอ หรือพวกนายไม่ได้เห็นฉันเป็นแบบนั้น” ยัง! เธอยังยั่วประสาทผมต่อ


            “ เด็กเค้าไม่ผิดอะไรด้วย คุณไม่ควรพูดถึงแกแบบนั้น”


            “ ประเสริฐจริงนะ ฉันต้องมอบรางวัลพ่อดีเด่นให้ด้วยไหม”


            “ พ่อ? หมายความว่าแกเป็นลูกผมจริงๆ ซินะ” ผมย้อนถามด้วยความดีใจ มิกะร่าเริงสดใสเหมือนเธอไม่มีผิด

แถมหน้าตาถอดผมมาเป๊ะ ผมเชื่อตั้งแต่แรกเห็น


            “ จะเชื่ออะไรผู้หญิงอย่างฉัน ฉันอาจจะเอาลูกคนอื่น มาโมเมว่าเป็นลูกนายก็ได้” เสียงเธออ่อนลงทันที แสร้งกลบเกลื่อนแต่ก็จับพิรุธได้


            “ คุณนี่ใจร้ายนะ กีดกันพ่อลูกไม่ให้เจอกัน”


            “ แล้วนายหายไปไหนมาล่ะ”


            ถามแบบนี้แปลว่าเธอก็ตามหาผมใช่ไหม แค่ที่อยู่คงไม่พอซินะ วันนั้นผมน่าจะให้เบอร์โทรศัพท์ไปด้วย


            ระหว่างผมกับมีนยังอยู่ในสถานะทาสกับเจ้านาย ผมพยายามเอาชนะใจเธอ ตามรับตามส่งเทคแคร์และยอมเป็นหมาให้เธอกดขี่ บทรักเร้าร้อนขึ้นทุกวัน โซ่ แส้ กุญแจมือ มีครบ เรียกว่าอะไรที่หามาทรมานผมได้ เธอจัดมาครบ


            “ ตกลงเพื่อนมึง นัดกี่โมง” ขณะที่กลีบอวบอูมบดย้ำลงริมฝีปากเธอก็ถามขึ้นมา ผมยังไม่ตอบแต่ละเลงวิชาลิ้นร้อนชอนไชสองกลีบไม่หยุด เธอหวีดเสียงครางพอใจ แถมด้วยขย่มซ้ำสะบัดเนินหนี


            “ หยุด! กูถามว่ากี่โมง” เธอชันตัวขึ้น มือบางตบหน้าผมเต็มๆ ยิ่งผมเงียบเธอยิ่งรุนแรงขึ้น เส้นแส้ข้างตัวถูกหยิบมาฟาดอีกครั้ง


           
“ จำให้ขึ้นใจ หมาอ่อนแออย่างมึง สั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำ อย่าเสือกขัดใจกู”


โปรดติดตามต่อ NC รออยู่




ราคา : 159.00
ราคา : 0.00
 
 
  นิยายลดราคา
 
รหัสสินค้า : E002
ชื่อสินค้า : ซีรี่ย์ อ่อยรัก
ราคา : 299.00
ราคา : 200.00
 
รหัสสินค้า : RM002
ชื่อสินค้า : ซีรี่ย์ เผลอ
ราคา : 189.00
ราคา : 79.00
 
 
 
  นิยายพร้อมส่ง
 
รหัสสินค้า : BL001
ชื่อสินค้า : เกลียดดีนัก...จะทำให้รักมากมาย
ราคา : 220.00
ราคา : 180.00
 
รหัสสินค้า : BL002
ชื่อสินค้า : Yes or No
ราคา : 220.00
ราคา : 150.00
 
 
 

Copyright @ 2007-2014 by http://www.shop2thai.com 12677