http://www.shop2thai.com/shop/Suzstar

Romantic Erotic Love
 
  ยอดนักอ่าน
 
เปิดเมื่อ   24 พ.ย. 2554
นักอ่าน 3,265
นิยาย 13
หมวดหมู่นิยาย 5
 
 
  หมวดหมู่นิยาย
 
Boy Love (3)
Erotic (2)
Romance (3)
แจกฟรี อ่านฟรี (3)
ดาร์ก สะอื้น (2)
 
 
  เมนูหลัก
 
หน้าแรก
Venus909
คิดถึงก็ทักมา
จากใจ
การชำระเงิน
เว็บบอร์ด
คำถามที่พบ
หมวดหมู่นิยาย
แจ้งการส่งของ
 
 
  สมาชิกเข้าสู่ระบบ
 
ชื่อผู้ใช้
:
รหัสผ่าน
:
 
 
 
  ปฎิทินและเวลา
 
 
 
  แบบสำรวจความเห็น
 
โหวต ปลดล็อคนิยาย ประจำเดือนกันยายน ค่ะ
วาย / เกลียดดีนักจะทำให้รักมากมาย
รักโรมานซ์ / TGA รักละมุน
อิโรติก /อ่อยรัก นายซื่อบื้อ
วาย / Yes or No
โรมานซ์ แซ่บ / ร่าน ราวี
 
 
 
Venus909
 
  TGA รักละมุน
 








สนใจ Ebook จาก Mebmarket คลิกรูปเลยจ้า





ชื่อผลงาน                  TGA รักละมุน

จำนวน                                      95 หน้า

ราคา                                          100 บาท

ประเภท                                   นิยายฺโรมานซ์

บทประพันธ์                            เพียงเพลิน

ผู้จัดย่อหน้า / พิสูจน์อักษร   เพียงเพลิน

ติดตามข่าวสารเพิ่มเติม   https://www.facebook.com/Venus909_writer


                สงวนสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์พ.ศ. 2537 ผลงานชิ้นนี้เป็นลิขสิทธิ์ส่วนบุคคล ห้ามมีการคัดลอก ทำซ้ำ ลอกเลียนแบบ ดัดแปลงเนื้อหาบางส่วน หรือทั้งหมดไม่ว่ากรณีใดทั้งสิ้น โดยไม่ได้รับอนุญาต หากต้องการนำไปใช้เพื่อเป็นประโยชน์แก่สาธารณะกรุณาติดต่อ เพียงเพลิน (063-7979178)

 

 

 

 

               

 

            ลิ้นสากฉกชิมที่เดิมซ้ำๆ กระดกชิมปุ่มเสียวจนร่างฉันเด้งเร้าราวไร้การควบคุม ทุกการเคลื่อนไหวของลิ้นร้อนสร้างความรู้สึกหลากหลาย ทั้งกระสั่นซ่านยามห่อตัวจนปลายแข็งกระดกทิ่ม ทั้งหายใจไม่ออกยามกลีบปากฟัดติ่งเนื้อ ดูดดุนราวอร่อยเหลือเกิน

            “ พอค่ะ ชญาไม่ไหวแล้ว” แรงมหาศาลทำงานพร้อมกันทุกทิศทาง ฉันไม่อาจทนรับความรู้สึกนี้ได้ เนื้อเต้นใจสั่นระรวยจนสมองขาวโพลนไปหมด ไม่นานความดำมืดก็มาเยือน

            “ คุณ! คุณ

            “ ถึงกับสลบเลยหรอ”

 

 

 
 

 

 


INTRO

            “ คุณหมอคะ พี่สาวหนูเป็นอย่างไงบ้างคะ”

            “ อาการพี่สาวคุณไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงหรอก อาจจะมีอาการแทรกซ้อนที่ต้องเฝ้าสังเกตอยู่บ้าง แต่ไม่ร้ายแรงอะไร”

            “ อาการแทรกซ้อน คืออะไรคะหมอ”

            “ หมอสันนิษฐานว่าพี่ของคุณ อาจเป็นโรค TGA”

            “ โรคอะไรนะคะ”




 “TGA ความจำเสื่อมชั่วขณะ”

Transient Global Amnesia (TGA)



        อาการความจำเสื่อมในระยะสั้น ถูกค้นพบเมื่อปี ค.ศ. 1956 มีอัตราเกิดโรคเพียง 5 คน ใน 100,000 คน มักพบในผู้ป่วยที่อายุ 50 ปีขึ้นไป พบได้ทั้งเพศหญิงและชาย

        สาเหตุในทางการแพทย์ยังไม่ได้ระบุแน่ชัด อาจเป็นผลข้างเคียงจากโรคลมชัก , โรคไมเกรน , สมองขาดเลือดชั่วคราว , ความเครียด , การดื่มแอลกอฮอร์ เป็นต้น

        ผู้ป่วยโดยส่วนมากจะมีอาการหลงลืมในระยะสั้น ไม่เกิน 24 ชั่วโมง แล้วหลังจากนั้นจะหายเป็นปกติเอง ในทางการแพทย์จึงยังไม่มีวิธีรักษาแน่ชัด

            เสียงน้องสาวคนเดียวของฉัน พูดคุยกับคุณหมอเสียงหล่ออย่างร้อนรน ตอนแรกกะจะแกล้งหลับเพื่อแอบฟังสิ่งที่คนทั้งสองคุยกัน แต่พอได้รู้ความจริงฉันก็แทบช็อค

            ‘ มิน่าล่ะ! ทำไมเรื่องบางอย่าง ฉันนึกเท่าไรก็นึกไม่ออก’ ความรู้สึกควบคุมตัวเองไม่ได้ถาโถมใส่ฉันมากขึ้นทุกวัน อาการหลงๆ ลืมๆ ทำให้ทุกอย่างกระทบไปหมด ทั้งเรื่องงานทั้งเรื่องน้องสาว ฉันใช้ชีวิตด้วยความสงสัยมานาน จนวันนี้ได้คำตอบแล้ว

            “ ความจำเสื่อม! เป็นไปได้ยังไงคะ พี่ของหนูยังไม่แก่เลย” เสียงเจื่อนแจ้วของเด็กสาวถามด้วยความไม่เข้าใจ

            “ โรค GTA ไม่ใช่โรคคนแก่นะครับ ยุคสมัยนี้คนเรามีความเครียดมากขึ้น อาการของโรคก็จะปรากฏกับวัยทำงานเพิ่มขึ้น เรียกง่ายๆ ว่ามาจากความเครียดของพี่คุณนั่นแหล่ะ”

            “ เครียด เพราะหนูล่ะซิ”

            ตั้งแต่เกิดอุบัติเหตุในวันนั้น ชีวิตที่เคยสดใสสวยงามทุกอย่างทุกพรากไปพร้อมกับพ่อแม่ของเรา ฉันกลายเป็นเสาหลักคอยส่งเสียน้อง ทำงานตัวเป็นเกลียวเพื่อให้ญาณินมีชีวิตสดใส แต่เหมือนยิ่งพยายาม ทุกอย่างยิ่งแย่ลง

            “ แล้วหนูต้องทำยังไงคะ”

            “ ตอนนี้ทำได้เพียงเฝ้าระวังครับ ไม่ต้องกังวลไป”

            เสียงหมอหนุ่มพูดตัดบทแล้วขอตัวออกไปดูแลคนไข้ห้องอื่น เสียงญาณินทิ้งตัวนั่งอยู่ไม่ห่าง บ่นพึมพร่ำเดือนร้อนใจ

            ทั้งที่คิดว่าตัวเองทำดีแล้ว เป็นพี่ที่ดีดูแลน้องได้อย่างที่พ่อแม่ต้องการ แต่เปล่าเลยตอนนี้ฉันกลับทำให้น้องสาวคนเดียวเครียดหนัก จนเริ่มเดินทางผิด

            “ พ่อจ๋า แม่จ๋า หนูควรทำยังไงดี เงินทองเราก็ไม่ค่อยมี พี่ยังมาเป็นโรคประหลานนี่อีก”

 

 

RRRRRRRRRRRing

            “ อืม พี่ชญาไม่เป็นอะไรมาก”

            “ เออแตงกวา! งานเพื่อนเที่ยวที่แกเคยชวนเดี๋ยวนี้เค้ายังรับอยู่หรือเปล่า”

            “ รับหรอ! ดีเลยฉันสนใจทำ”

            “ ที่ไหน เมื่อไรแกบอกมา”

            “ ห้ะ! วันนี้เลยหรอ”

            “ อืม.. ได้ๆ”

            ญาณินคุยโทรศัพท์กับเพื่อนสนิทที่ชื่อแตงกวา ฉันแอบฟังไปเรื่อยจนได้ยินเสียงกุกกัก คล้ายหาของอะไรสักอย่าง ลืมตาแอบมองเห็นเธอกำลังตั้งใจจดอะไรบางอย่าง

            “ ญาติคนไข้คะ คุณหมอเชิญค่ะ”

            เสียงคุณพยาบาลพูดแทรกขึ้น ทำให้ญาณินรีบร้อนออกจากห้องไป เหลือบมองสมุดจดด้วยความอยากรู้ ยัยน้องตัวดีของฉันเนี่ย ยิ่งคิดทำอะไรแปลกๆ อยู่ ต้องดูสักหน่อยแล้ว

 

            “23:00”

            “@XXX Hotel”

          ‘ โรงแรมหรอ ไปทำงานอะไรกัน’ หลายเรื่องเลวร้ายวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็ว จนตอนนี้ฉันคิดเรื่องดีดีไม่ออกเลย แค่คิดความกลัวยังทำร้ายใจมากขนาดนี้ หากน้องสาวที่เหลืออยู่คนเดียวทำอย่างนั้นจริงๆ ฉันจะทุกข์ขนาดไหน

          ‘ ไม่ได้ พี่จะไปเอง’

            งานที่ญาณินทำได้ ฉันก็คงทำได้เหมือนกัน หากตอนนี้เลือกได้ฉันก็อยากเป็นตัวเลือก ไม่มีพี่คนไหนทนเห็นน้องตกนรกทั้งเป็นได้ อีกอย่างไอ้โรคขี้ลืมของฉัน

            ...คงพอช่วยรักษาแผลใจ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

Chapter 1

ปรีชญา

            “ อ้าว! พี่ชญาตื่นแล้วหรอ”

            “ อืม เพิ่งตื่นน่ะ ญาณินล่ะไปไหนมา”

            “ หนูไปจัดการค่าใช้จ่ายมา หมออนุญาตให้พี่กลับบ้านได้แล้วนะ”

            “ หมอว่าไงบ้าง เค้าบอกไหมว่าพี่เป็นอะไร”

            “ ไม่มีอะไรหรอก พี่แค่เครียดน่ะ พี่ต้องพักผ่อนเยอะๆ รู้หรือเปล่า”

            “ แค่นั้นเองหรอ”

            “ ก็ใช่นะซิ

            เสียงเด็กสาวยังคงร่าเริง ทั้งที่แววตาวูบไหวไม่กล้าสบตา ฉันไม่ต้อนถามอะไรอีก ยิ้มรับความหวังดีของญาณินทั้งที่ในใจเย็นชาหาทางออกไม่เจอ

            “ เรารีบกลับบ้านกันเถอะ ตอนค่ำหนูมีนัดกับเพื่อนต่อ พี่อยู่คนเดียวได้ใช่ไหม”

            “ หืมม.. ได้ซิ! บ่นเหมือนพี่เป็นเด็กไปได้”

            “ ตอนนี้ก็ไม่ต่างกันหรอก”

            “ ห้ะ! ว่าไงนะ”

            ฉันแกล้งย้ำถาม เด็กสาวแรกรุ่นด้วยอายุเพียง 18 ปี ทำหน้าแบกโลกไว้ทั้งใบ เธอยังฝืนยิ้มทั้งที่ไม่ค่อยแนบเนียนสักเท่าไร

            “ นิ! เป็นพี่นะไม่ได้เป็นแม่ หนูจะไปไหนมาไหน ต้องคอยรายงานพี่ด้วยหรือไง” เสียงตะกุกตะกักพยายามพูดเปลี่ยนเรื่อง แสร้งทำท่าทางไม่พอใจ ทั้งที่แววตาประหม่าเหลือเกิน

            “ จะไปหาเพื่อนที่ไหนละ พี่ขับรถไปส่งให้ก็ได้”

            “ ไม่ต้องหรอก พี่อยู่บ้านพักผ่อนเหอะ”

            “ แน่ใจนะ พี่ไปส่งเราก่อนไม่สะดวกกว่าหรอ”

            “ อย่าเลย! เดี๋ยวพี่จะกลับไม่ถึงบ้านเปล่าๆ”

            เราโต้เถียงกันเหมือนปกติ ญาณินหลุดคำพูดชวนคิดมาหลายประโยค กว่าเธอจะรู้สึกตัวฉันก็ยิ้มเย้ยแสดงอาการรู้ทันออกมาซะแล้ว

            “ โอ๊ยพี่ชญา! อย่าถามเยอะน่า ญาณินเหนื่อยมาทั้งวันแล้ว รีบกลับบ้านกันเถอะ”

            “ อืม ก็ไปซิ! อยู่ทานมื้อเย็นกลับพี่ก่อนนะ แล้วค่อยไป”

            สิ่งที่ฉันทำให้ญาณินกิน มันคืออาหารที่เต็มไปด้วยความรัก รสชาติคุ้นเคยแต่แฝงความพิเศษชวนหลับใหลอยู่ในนั้น ไม่นานเมื่อยาออกฤทธิ์ น้องสาวที่เอาแต่ตั้งท่าจะออกจากบ้านก็หลับไม่ได้สติ

             “ หากต้องทำร้ายตัวเองเพื่อช่วยพี่ ให้พี่ไปเองเถอะ”

            ประครองพาญาณินมานอนโซฟาใกล้ๆ วันเวลาเปลี่ยนเด็กสาวตัวเล็กๆ กลับสูงใหญ่สมส่วนแบบวัยรุ่น ขนาดร่างกายที่ไม่ต่างกันมาก อาจทำให้ฉันปกป้องเธอได้ไม่ดีนัก บ่อยครั้งที่ญาณินเองกลับเป็นฝ่ายปกป้องคนเป็นพี่ซะมากกว่า ซึ่งคราวนี้มันจะไม่เป็นอย่างนั้น

 

            “23:00”

            “@XXX Hotel”

            ‘ ที่นี่ซินะ’ ฉันขับรถตามจีพีเอสมาเรื่อยโดยไม่รู้ว่าข้างหน้ามีอะไรอยู่ โรงแรมระดับสามดาวชานเมือง ดูเงียบเหงาจนน่ากลัว จอดรถนั่งสูดลมหายใจ ตั้งสติลบล้างความประหม่า ฉันมักจะลืมเรื่องที่เกิดในตอนกลางคืน

            ...คืนนี้ก็คงเช่นกัน

             ‘ เอาเถอะ เดี๋ยวเช้าเราก็ลืมทุกอย่างที่นี่’ นั่งปลอบใจตัวเองอยู่สักพัก

            ‘ ก๊อกๆ ก๊อกๆๆ’ ใครอีกคนเคาะกระจกเรียกร้องให้ฉันสนใจ ลังเลไม่กล้าลดกระจกลงมอง แอบดึงกระชับเสื้อคลุมตัวให้ยิ่งปกปิดร่างกาย

            “ คะ”

            “ เด็กที่นายนัดไว้หรือเปล่า”

            “ เด็ก... ไหนคะ”

            “ ก็เด็กที่นายเรียกมาไง ใช่หรือเปล่า

            “ ออ ชะ.. ใช่! ค่ะ”

            “ ใช่ก็ลงมาซิ นายคอยอยู่นานแล้ว” ชายวัยกลางคนแต่งชุดสูทดูภูมิฐานถามด้วยเสียงสุภาพ หน้านิ่งเรียบแต่คำพูดเร่งเร้าให้รีบ รู้สึกตัวอีกที่ก็มาหยุดอยู่หน้าห้องนี้ซะแล้ว

            “ เข้าไปซิ นายรอนานแล้ว” ผู้ชายคนนั้นเปิดประตูห้องให้ ใช้สายตากดดันจนต้องก้าวขาเข้าไปตามที่สั่ง ห้องสลัวมีกลิ่นบุหรี่ลอยคลุ้งในอากาศ เสียงทีวีเปิดดังชัด แต่ฉันกลับฟังไม่ออก

          ‘ ใครนะ ดูข่าวเศรษฐกิจภาคภาษาญี่ปุ่นด้วย’ คิดความสงสัยในใจ จนกระทั้งผู้ชายร่างสูงใหญ่เดินออกมาจากห้องน้ำ

            “ มาดูแลผมหรอ” เสียงเรียบเย็นชาไม่ต่างจากคนข้างนอก แถมคนนี้หน้านิ่งกว่ามากไม่มีความเป็นมิตรฉายไว้ให้อุ่นใจเลย ฉันเลือกพยักหน้าแทนการตอบ

            “ เป็นใบ้หรือไง นี่หูตึงด้วยไหมเนี่ย” เสียงเรียบในตอนแรก เริ่มกระแทกเน้นพูดดังจนฉันสะดุ้ง

            “ เปล่าค่ะ”

            “ ก็พูดได้นิ ทำไมตอนผมถาม ถึงทำหน้าคิดหนัก”

            แหม่! คนตกอยู่ในสภาพฉันก็ต้องคิดหนักทั้งนั้นแหละ ไม่รู้ว่าต้องมาทำอะไรที่นี้ แถมไอ้คนถามยังใส่เพียงผ้าเช็ดตัวพันช่วงล่างไว้หมิ่นเหม่

            “ มีอะไรให้ฉันทำก็ว่ามา”

            “ ใจร้อนจังคุณ รีบทำเวลาหรือไง”

            “ รีบทำเวลาไม่ดีหรือไง รีบเสร็จจะได้รีบกลับ”

            ถามกลับด้วยความไม่เข้าใจ ก็เห็นใครๆ เค้าชอบทำงานให้เสร็จเร็วๆ จะได้รีบพักผ่อน จะได้รีบกลับบ้าน แล้วเขาไม่ชอบหรอ

            “ พูดตรงดี งั้นก็ไปอาบน้ำซะ”

            “ อาบน้ำ! อาบทำไม”

            “ อย่ามาแกล้งถามผมให้มากความน่า! ก็คุณรีบไม่ใช่หรอ ไปซิ! งานของคุณจะได้เสร็จๆ”

            นิ่วหน้าใช้สายตาจ้องค้างที่ฉัน มันเป็นสายตาแบบคาดคั้นจ้องจับผิด พร้อมเดินเข้ามาทีละก้าวอย่างใจเย็น ฉันยังโต้เถียงราวไม่เกรงกลัว ทั้งที่ใจอยากถอยหนี   

            “ ผู้ชายกับผู้หญิงในโรงแรมเค้าทำอะไรกันล่ะ อย่าบอกนะว่าที่มานี่ไม่รู้

            “ คือฉัน.. ฉัน”

            “ หรือคิดจะขึ้นค่าตัว”

            . ใบหน้าหล่อเหลาดูอ่อนวัยกว่าเคลื่อนเข้ามาใกล้ นัยน์ตาสีดำขลับเบิกโตจ้องจนฉันไม่กล้าขยับหนี   ปลายนิ้วคลอเคลียข้างแก้ม นิ้วหัวแม่มือเกลี่ยคลึงริมฝีปากบาง

            “ ฉัน.. อาบมาแล้ว” หลุดปากพูดออกไป สะบัดหน้าหลบสายตา อีกฝ่ายยิ้มเย้ย ยิ่งขยับเข้ามาใกล้กว่าเดิม นิ้วมือเรียวยาวหยิบเส้นผมสยายขึ้นมาสูดดม

            “ งั้นก็ถอด”

            “ ห้ะ

            “ ตกใจอะไร! คุณเตรียมพร้อมมาสนุกแล้วนิ”

            “ คือฉัน...”

            เท่าที่รู้งานง่ายเงินดีที่กลุ่มญาณินรับทำคือรับควงออกงานเป็นเพื่อนเที่ยว เป็นเพื่อนกินให้กับบรรดาเสี่ยขี้เหงา ไม่นึกเลยว่าจะรับเป็นเพื่อนนอนด้วย นี่ฉันเป็นพี่ที่แย่มาก ทำไมเลี้ยงดูน้องให้ดีกว่านี้ไม่ได้

            “ หรือว่ายังไม่เคย”

            “ เปล่า! ฉันแค่... ยังไม่รู้จักคุณเลย”

            “ ต้องรู้จักด้วยหรอ”

            “…”

            “ อีกอย่าง ผมก็สั่งเอาเด็กใหม่ ไม่ผ่านใครมาก่อนนิ คิดจะยอมแมวหรือไง”

            “ นี่คุณ

            “ ดูจากหน้า คุณน่าจะอายุมากกว่าผมนะ รสนิยมผมตกต่ำขนาดนี้แล้วหรอ”

            พอเห็นฉันลืมตัวคุยโต้ตอบปกติ หมอนี่ก็ยิ่งพูดต้อนจนน่าหมั่นไส้ แววตาเหยียดเชิงล้อเลียนทำงานพร้อมยิ้มมุมปากถูกใจ ฉันรู้ว่านี่คือคำกวนประสาท แต่อดรู้สึกแย่ไม่ได้

            “ ฉันก็ไม่ชอบเด็กๆ ไร้เดียงสาเหมือนกัน ขอโทษที่ทำคุณเสียเวลา ฉันกลับล่ะ”

            กะรีบพูดรีบชิ่งหนี ในเมื่อเขาไม่พอใจแบบฉัน ก็ไม่ต้องเสียเวลาคุยอะไรกันอีก ต่างฝ่ายต่างแยกย้ายก็น่าจะจบ แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะหันหลังกลับ มือแกร่งก็ปรี่เข้ามาคว้าตัวไว้

            “ ว่าผมไร้เดียงสา แล้วคิดจะหนีหรอ” ร่างถูกดึงไปอยู่ในอ้อมอกเขาทันที่ สันจมูกสูดดมแถมซอกคอ กระซิบเสียงถามแผ่วเบาจนจั๊กจี้

            “ นายไม่ชอบอายุมากกว่า ฉันเองก็ไม่ชอบเด็กเหมือนกัน แยกย้ายนั่นแหล่ะ ถูกแล้วด้วยแรงที่พอมีอยู่พยายามดีดดิ้นขัดขืน ทั้งที่รู้มาสู้เขาไม่ได้ ยิ่งขยับหนียิ่งจมลึกลงไปในอ้อมกอดจนสองถูกแขนแกร่งพันธนาการไว้ทั้งตัว

            “ คิดว่าเดินเข้าห้องผมแล้ว จะออกไปง่ายๆ งั้นหรอ”

            “ ก็ไม่น่าจะยากนะ ปล่อยซิ

            แสร้งปากดีโต้กลับ ทั้งที่เขาน่าจะรู้อยู่แล้วว่าฉันสั่นขนาดไหน เขาเริ่มซุกไซ้ใช้ปลายจมูกหยอกเย้าซอกคอขาว สูดดมกลิ่นน้ำหอมจางๆ มือลูบไล้จากเอวคอดขึ้นมาเกาะกุมเต้าแฝด

            “ ปล่อยเสียงแข็งร้องค้าน แต่ยังยืนรับทุกสัมผัส ไม่อาจดิ้นหนีไปไหนได้

            “ เดี๋ยว! จะทำอะไร” ร่างถูกยกสูงลอยเหนือพื้น นอกจากเค้าจะกอดฉัน ตอนนี้ยังช้อนตัวอุ้มเดินมาทางเตียงอีกด้วย

            “ โอ๊ย! เจ็บนะ”

            “ เดี๋ยวคุณได้เจ็บกว่านี้แน่”

            ร่างฉันถูกโยนตกลงพื้นเตียง ทั้งที่บ่นเสียงดังหวังให้อีกฝ่ายสำนึกแต่เปล่าเลย เค้ากลับยิ้มยั่วย่างสามขุมขึ้นมานั่งข้างๆ เขาไม่เปิดโอกาสให้พูดต่อ มือหนาเรียวยาวบีบกรอบหน้าฉันให้เชิดจ้องระยะสายตา แววตาดำขลับสะกดให้ใจเต้นรัว

            “ อายุเท่าไรแล้วคุณ ดีดดิ้นทำเป็นไม่เคยไปได้” สูดลมหายใจลึกๆ เก็บกดความประหม่าไว้ ใช้สายตาจ้องดุดัน แม้คนตรงหน้ายังยิ้มเย้ยกวนประสาท แต่ฉันก็จะไม่โต้เถียงอีก

            เขายิ่งขยับเข้าใกล้ ใช้สันจมูกดันชิดแก้ม ไอร้อนสัมผัสผิวหน้าทำสะดุ้ง ฉันไม่อาจถอยหนีไปไหนได้เพราะแขนแกร่งประครองกอดไว้เรียบร้อยแล้ว

            ทั้งที่อยากดิ้นหนีร่างกับถูกพันธนาการไว้ด้วยวงแขน เขาเริ่มซุกไซ้ซอกคอ ริมฝีปากละเลียดชิมผิวเนื้อ กดย้ำราวอยากตราตรึงรอยรักไว้ ทั้งที่ฉันควรผลักไส้แต่เพราะความตื่นเต้นแปลกใหม่ ทำให้ฉันนิ่งทำอะไรไม่ถูก

            “ ใครกันแน่ไร้เดียงสา” เสียงเหยียดกระซิบพร่า เค้าคงจับความรู้สึกตื่นเต้นได้ เพราะฉันสั่นเทาแถมยังครางเสียงน่าเกลียด

            “ อืมม...”

            “ ถอดชุดออกซิ ให้ผมถอดเองเดี๋ยวจะกลายเป็นเศษผ้าซะเปล่าๆ”

            ‘ ไม่! นายสั่งฉันไม่ได้หรอก’ เสียงแห่งห้วงความคิดมันใจว่าปฏิเสธได้ แต่ร่างกายกลับสวนทาง

            ฝ่ามือหนากว่าช้อนมือฉันขึ้น พรมจูบจากหลังมือไล่ขึ้นจนถึงเรียวแขน ไอเห่อร้อนวูบไหวตามทุกส่วนที่สัมผัส สายตาเขานิ่งค้างสองก้อนแฝดที่หลบซ้อนอยู่

            “ ถอดซิ” เขายกมือฉันมาวางค้างที่กระดุมบนหน้าอก ทุกอย่างเกิดขึ้นราวมนตร์สะกด ปลายนิ้วเรียวกรีดกรายปลดออกทีละเม็ดช้าๆ จนอีกฝ่ายทนรอไม่ไหว กระชากพรวดเดียวหลุดออกจนหมด

            บราสีดำเรียบลอยเด่นตัดกับผิวเนื้อขาวเนียน วงแขนล็อคเอวรั้งฉันไปใกล้กว่าเดิม ใบหน้าหล่อเหลาจมหายไปกับร่องอกอวบอิ่ม ฝ่ามือเคลื่อนตัวส่งความเสียววาบทั่วร่าง

          ‘ แคว๊ก’ เสียงฉีดผ้าดังปลุกฉัน กว่าจะรู้ตัวตอนนี้ก็เหลือเพียงแพนตี้ลูกไม้ตัวจิ๋ว

            “ โทษทีเดี๋ยวผมซื้อให้ใหม่” เขาเงยหน้าจากเนินท้องขึ้นพูดกวนประสาทนิดหนึ่ง แล้วลากต่ำลงไปหยกล้อเนินสามเหลี่ยม

              ทั้งที่ฉันควรดิ้นหนี แต่พอได้ไออุ่นแบบนั้นกับเปิดทางอ้ากว้างให้ร่างเค้าแทรกเข้ามา

            พรมจูบลงไปเรื่อยๆ จนถึงเนื้ออ่อนต้นขาด้านใน ความจั๊กจี้ปั่นป่วนให้ฉันอยากหุบขาหนี แต่ไม่ทันทำได้แขนแกร่งกว่าก็ล็อกสองขาแยกออกจากกันซะแล้ว

            ลิ้นสากละเลียดชิมทีละน้อย อ้อยอิ่งสะกิดทุกซอกหลืบอย่างอยากรู้ ร่างกายฉันถูกสำรวจจนความเสียวซ่านตีรวนกันมั่วไปหมด ไม่อาจขัดขืนความนุ่มละมุน แข็งกระด้าง และสั่นเทานี้ได้

            “ รู้สึกง่ายจัง คุณเสร็จไปกี่ทีแล้วเนี่ย” เสียงที่เคยนิ่งเรียบ เริ่มหยอกเย้ายียวนพร้อมปลายนิ้วซุกซน เขากำลังยิ้มขำที่ร่างกายฉันตื่นตัวตาม

            “ ปล่อย”

            “ ไม่”

            ‘ สวบ’ แรงดันจุกแน่นทิ่มเข้ามาสุดลำ ฉันอึ้งด้วยความเจ็บปวด เผลอปล่อยเสียงครางน่าเกลียดอีกแล้ว ภายใต้ร่างกำยำของชายหนุ่ม ฉันเหมือนเครื่องรองรับอารมณ์ใคร่ ตั้งท่ารอการโยกขยับ

            “ แน่นจัง อย่าบอกนะว่าคุณไม่เคย” สีหน้ากวนประสาทเปลี่ยนเป็นถามจ้อง สายตายียวนเปลี่ยนเป็นคาดคั้น ฉันจุกจนพูดไม่ออก ได้แต่ส่ายหน้าปฏิเสธทั้งที่มันคือความจริงทุกอย่าง

            พอเห็นฉันไม่ตอบแรงมหาศาลก็ถาโถมใส่ฉัน ทุกส่วนของร่างกายทุกสัมผัสถูไถทำให้เราใกล้กันมาก ‘ ตึก ตึก’ เสียงใจเต้นถี่แข่งกันทำให้อบอุ่น เขาเป็นคนแปลกหน้าที่ร่างกายกลับยอมรับ

            ทุกจังหวะที่ท่อนเนื้อเสียดสีเข้ามาในร่าง มันหนักหน่วงแต่ก็แฝงความอ่อนโยนในเวลาเดียวกัน เขาโอบกอดฉันไว้แน่น กระเส่าเสียงลมหายใจอยู่ใกล้ พร่ำถามคำห่วงใย

            “ อืมม... เจ็บหรือเปล่า” ถามบ้าอะไร! ถูกกระแทกกระทั้นขนาดนี้จะไม่เจ็บได้ไง แล้วฉันเป็นบ้าอะไรเนี่ย! ทำไมพูดตอบไม่ได้ อึดอัดคับแน่นทำได้เพียงครางระงมอย่างลืมตัว

            “ อ๊ะ! อ๊าซ.. อ้า…” ไม่มีอะไรจะโต้เถียงอีก ทำได้เพียงกระเส่าเสียงหวาน ตั้งท่ารับแรงดันเข้าออก ฝ่ามือแกร่งกอดเขาไว้แน่น ทำหน้าที่จนแรงดันน้ำอุ่นพ้นฉีดเข้ามา เราสองคนกอดกันแน่น กระตุกตัวถี่พร้อมกัน  

            “ เจ็บไหม”

            “ ค่ะ”

            “ แล้วชอบหรือเปล่า”

            ฉันไม่กล้าตอบ ทำได้เพียงเบี่ยงหน้าหนีอย่างเขินอาย อิตาบ้านี่จะถามย้ำอะไรนักหนานะ ปกติแค่คู่นอนเค้าสนใจกันด้วยหรอว่าเจ็บหรือไม่

            “ ผมรักษาให้ไหม” เขาพลิกตัวกลับมาคร่อมทับอีกครั้ง ฝ่ามือหนาลูบปล่อยเนินเนื้อแผ่วเบา ปะป่ายวนเวียนอยู่แถวนั้นไม่ยอมห่างไปไหน ฉันไม่เข้าใจในสิ่งที่พูด จนร่างเขาค่อยๆ ก้มลงต่ำดอมดมทุกสัดส่วนบนร่างลงไปจนถึงเนินน้อย

            จูบละมุนพรมทั่วเนื้ออ่อนต้นขาทั้งสองข้าง สันจมูกคมตามสำรวจซอกหลืบไร สะกิดลิ้นทักทายร่องระบมครั้งแล้วครั้งเล่า

            “ คุณ ทำอะไร” ร้องถามเสียงหวาน แรงสะกิดติ่งเนื้อยิ่งรัวถี่แทนคำตอบ

            หน้าหล่อเหลาจมหายไปกลางหว่างขาเนินนาน ทำฉันกระตุกตัวเกร็งปลดปล่อยนับครั้งไม่ถ้วน หายใจหอบระรวย ครางอื้อหมดฟอร์ม สมองขาวโพลนเกินควบคุม

            รู้สึกอุ่นสบายดีเหลือเกิน ทุกจังหวะหวานละมุนทำให้ร่างฉันเด้งสวนกลีบเนื้อไม่หยุด ปากได้รูปดูดทึ้งจนหนำใจ ขบเม้มจนติ่งเสียวสั่นตามหัวใจปรารถนา

            ลิ้นสากฉกชิมที่เดิมซ้ำๆ กระดกชิมปุ่มเสียวจนร่างฉันเด้งเร้าราวไร้การควบคุม ทุกการเคลื่อนไหวสร้างความรู้สึกหลากหลาย ทั้งกระสั่นซ่านยามห่อตัวจนปลายแข็งกระดกทิ่ม ทั้งหายใจไม่ออกยามกลีบปากฟัดติ่งเนื้อ ดูดดุนราวอร่อยเหลือเกิน

            “ พอค่ะ ชญาไม่ไหวแล้ว” แรงมหาศาลทำงานพร้อมกันทุกทิศทาง ฉันไม่อาจทนรับความรู้สึกนี้ได้ เนื้อเต้นใจสั่นระรวยจนสมองขาวโพลนไปหมด ไม่นานความดำมืดก็มาเยือน

            “ คุณ! คุณ

            “ ถึงกับสลบเลยหรอ”

 

@Morning

            สองแขนบิดขี้เกียจตามความเคยชิน กลิ้งร่างบนเตียงกว้างเร่งปลุกทุกเซลล์ให้ทำงาน นี่คงเป็นวันน่าเบื่ออีกวันหนึ่ง ตื่นนอน , ไปทำงาน , กลับบ้าน , เข้านอน วนเวียนอยู่อย่างนั้น

            “ อืมม... สบายจัง”

            “ ตื่นแล้วหรอคุณ”

            “!!!”

            เสียงแหบพร่าพูดแทรกขัดอารมณ์สุนทรียามเช้า เข้ายืนเสริมหล่ออยู่หน้ากระจกหันหลังให้ฉัน ‘ ตึก ตึก’ รอยสักมังกรตัวใหญ่ประทับอยู่บนแผ่นหลังกำยำ แถมประดับด้วยรอยแผลบากขนาดใหญ่เฉียงตัวตามความกว้าง

            ฉันแทบลืมหายใจ มองรอบตัวดีๆ แล้วอยากด่าตัวเองอีกหลายระรอก ที่นี่ที่ไหน แล้วฉันมาทำอะไรกับนายมาเฟียน่ากลัวนี่เนี่ย

            “ เห็นแล้วซิ กลัวผมหรือไง ดูทำหน้าเข้า”

            “ เออ... ชญากลับก่อนดีกว่า”

            ปล่อยเสียงอึกอักพูดไม่เป็นคำ จนอีกฝ่ายทำหน้างง มือหนารีบคว้าแขนฉันไว้ ใช้สายตาดุดันจ้องถาม

            “ รังเกียจผมหรือไง”

            “ เปล่า

            ฉันรีบตอบปฏิเสธทั้งที่เสียงสั่นส่อพิรุธ เขายื่นหน้ามาใกล้เอียงคอเลี่ยงหาองศาราวจะจูบ สายตาดุดันจ้องค้าง อ่านกินทุกความรู้สึกทะละปุโปร่ง ฉันไม่อาจเลี่ยงได้จนหลับตานิ่งไม่กล้าแม้แต่ขยับหนี

            ‘ หึเสียงเย็นชาเยาะเย้ยไม่มีความหมาย เขาทิ้งตัวลงนอนตะแคงข้าง โชว์แผ่นหลังรูปมังกรตัวใหญ่กับรอยบากแผลทางยาว ยอมรับว่ามันน่ากลัว แต่ก็ไม่สยองเท่าที่ฉันจำไม่ได้ว่าเมื่อคืน ...เกิดอะไรขึ้นบ้าง

            จ้องแผ่นหลังคนตรงหน้าให้เต็มตา รอยกรีดน้อยใหญ่อีกหลายเส้นถูกกลบทับตัวมังกรสีสด แรงหายใจแผ่วไหวบ่งบอกว่าอีกฝ่ายกำลังรู้สึกแย่ ฉันทิ้งตัวลงนอนข้างๆ ช่างใจคิดก่อนทำบางอย่าง

            สอดแขนบางข้ามไปกอดเขา สันจมูกคลอเคลียรอยแผลเป็น ประทับริมฝีปากจูบซับเจ้ามังกรขี้น้อยใจ กระชับวงแขนให้แน่นขึ้น แนบหน้าฝากไออุ่นลมหายใจไว้ตรงนั้น

            “ เช้าแล้ว ญชาขอไปทำงานนะคะ”

            “ ก็ไปซิ! ผมไปส่ง”

          ‘ โอ๊ย! อะไรก็เนี่ย’  

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

TGA

รักละมุน


ไม่สะดวก Ebook แต่อยากอ่านต่อ

คลิกจ้า






 


ราคา : 159.00
ราคา : 120.00
 
 
  นิยายลดราคา
 
รหัสสินค้า : E002
ชื่อสินค้า : ซีรี่ย์ อ่อยรัก
ราคา : 299.00
ราคา : 200.00
 
รหัสสินค้า : RM002
ชื่อสินค้า : ซีรี่ย์ เผลอ
ราคา : 189.00
ราคา : 79.00
 
 
 
  นิยายพร้อมส่ง
 
รหัสสินค้า : BL001
ชื่อสินค้า : เกลียดดีนัก...จะทำให้รักมากมาย
ราคา : 220.00
ราคา : 180.00
 
รหัสสินค้า : BL002
ชื่อสินค้า : Yes or No
ราคา : 220.00
ราคา : 150.00
 
 
 

Copyright @ 2007-2014 by http://www.shop2thai.com 12677